Saturday, 27 November 2021

ชัยวุฒิ รมว.ดีอีเอส ขอศึกษากฎหมาย ดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้าระบบ แก้ปัญหาโรงงานยาสูบ

ข่าวการเมือง เฟซบุ๊กเพจ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ชัยวุฒิ รมว.ดีอีเอส พบปะรับฟังตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย และกลุ่มผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า หารือแนวทางผลักดันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุม โดยระบุข้อความว่า

ชัยวุฒิ รมว.ดีอีเอส ขอศึกษากฎหมาย ดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้าระบบ

ข่าวการเมือง ชัยวุฒิ

ชัยวุฒิ รมว.ดีอีเอส พบปะรับฟังตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย และกลุ่มผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า หารือแนวทางผลักดันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุม ขอเวลาศึกษากฎหมาย หนุนดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้าระบบให้เป็นสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม มองผลระยะยาวลดอันตรายให้กับนักสูบที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบมีช่องทางรายได้ใหม่จากการป้อนผลผลิตให้โรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งปิดช่องภาษีรั่วไหลจากการลักลอบนำเข้า

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (14 ต.ค.64) ทางตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่ม ECST ผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และแอดมินเพจเฟซบุ๊กมนุษย์ควัน ได้เดินทางมาเข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงหารือแนวทางผลักดันบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นสินค้าที่จำหน่ายได้ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายเพื่อดึงบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกำลังดูว่ามีประเด็นติดขัดเรื่องอะไรบ้าง เนื่องจากมองว่าหากทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายได้จะสามารถลดอันตรายให้กับผู้สูบ เพราะบางคนไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แม้จะมีการรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังมีจำนวนผู้สูบบุหรี่อีกเกือบ 10 ล้านคน

“ผมจะรวบรวมข้อมูล นำไปประสานผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและทบทวนแนวคิด หาแนวทางขับเคลื่อนเพื่อทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพราะปัจจุบันทั้ง อย.สหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น ปัจจุบันยอมรับให้ใช้แล้ว ดังนั้น เราต้องไปศึกษาต่อไปว่าข้อติดขัดอยู่ที่ภาคส่วนใด อย่างเช่น ในเรื่องใบอนุญาตให้ใช้ การขาย การผลิต เพราะจากที่ศึกษาเบื้องต้นในแง่กฎหมายน่าจะใช้ พ.ร.บ.ยาสูบฯ ควบคุมให้เข้ามาอยู่ในระบบได้อยู่แล้ว คงต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ” นายชัยวุฒิกล่าว

สำหรับเหตุผลที่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพราะเครื่องยาสูบที่เป็นไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบัน 67 ประเทศทั่วโลกมีการยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน แม้แต่มาเลเซีย เพราะถือว่าเป็นยาสูบที่มีความอันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง โดยบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารพิษน้อยกว่า ขณะที่ ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับ

“หลายประเทศยอมรับว่า หากเรามีบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถลดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้มากกว่า เรื่องนี้ผมขอศึกษาข้อกฎหมายก่อน นอกจากนี้ ปัจจุบันทราบว่าโรงงานยาสูบและผู้ปลูกยาสูบเองก็มีรายได้ลดลง เนื่องจากคนนิยมไปสูบบุหรี่นำเข้า หรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามา ดังนั้น ถ้าเราสามารถเอายาสูบที่ปลูกในประเทศมาผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้ จะสามารถแก้ปัญหาให้กับโรงงานยาสูบและเกษตรกรได้ รวมทั้งส่งออกได้ด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว

พร้อมทั้งย้ำว่า การดึงสินค้าในกลุ่มบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในระบบ เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้น อยู่ที่ว่าประเทศไทยและผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง จะสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันสินค้านี้มีขายกันใต้ดินและทางออนไลน์ ดังนั้นถ้าไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีก็จะเกิดปัญหาภายในประเทศ และเสียหายในอนาคตได้ ทั้งในเรื่องการลักลอบจำหน่าย การสูญเสียรายได้จากภาษี การสูญเสียโอกาสและกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบชาวไทย และการลดผลกระทบต่อสุขภาพของนักสูบชาวไทยที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้

โดยมีข้อมูลจากรายงานเรื่อง E-cigarettes: an evidence update จัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป ส่งผลกระทบด้านสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปร้อยละ 95 พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากมีหลักฐานผู้เลิกบุหรี่ได้ในกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอัตราที่สูง

Related posts
ประวัติศาสตร์ เรื่องดราม่า ธงชาติไทย สัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย แดง ขาว น้ำเงิน
ลุงลามก ตกเป็นทาสราคะ ขับสามล้อ ขโมยกางเกงในสาว 25 ดมสำเร็จความใคร่
ศบค.เคาะแล้ว ธุรกิจกลางคืน ผับ บาร์ คาราโอเกะ ไม่เลื่อนเปิดอนุมัติเดิม 16 มกราคม 65
หมอหื่น ฉายา “หมอขลุ่ยวิเศษ” มีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนไข้ เพื่อรักษาโรค
แม่ค้าโตเกียวเนยกรอบ สุดแซ่บวัย 23 น้องโอลีฟ ใส่ชุดแวกอก จนท.วัฒนธรรมเรียกเตือน
หดหู่ใจ! เด็กชายวัย 12 จมน้ำเสียชีวิต แม่จ้องแต่จะหอบเงินหนี้ ทิ้งตายายคนเลี้ยงดู