Wednesday, 5 October 2022

ที่มาเจ้านายดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ลูกจ้างชาวกะเหรี่ยง ทำงานร้านชุดเจ้าสาว 19 ปี เก็บเงินได้ 5 ล้าน

PG SLOT สล็อต PG เว็บตรง

ข่าวเด่นออนไลน์ รายงานจากทางsanook เปิดเผยเรื่องราวชวนทึ้งของลูกจ้างชาวกะเหรี่ยง เธอเดินทางเขามาทำงานเป็นแม่บ้านให้กับร้านตัดเย็บชุดเจ้าสาว และสามารถเก็บเงินได้จำนวนมหาศาลหลายล้านบาท จนสามารถสร้างบ้านให้แม่ได้

สล็อต เว็บตรง KNG365

ลูกจ้างชาวกะเหรี่ยง ทำงานเป็นแม่บ้านในไทย 19 ปี สามารถเก็บเงินสร้างบ้านให้แม่มูลค่า 5 ล้าน

ลูกจ้างชาวกะเหรี่ยง ทำงานเป็นแม่บ้านในไทย 19 ปี สามารถเก็บเงินสร้างบ้านให้แม่มูลค่า 5 ล้าน

เคธี่-นัน มาไว หญิงสาวชาวกะเหรี่ยง ทำงานเป็นแม่บ้านและยังเป็นพนักงานชองร้าน Bride Wholesale ร้านชุดเจ้าสาวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประตูน้ำ สำหรับมุมมองในการทำงานร่วม 19 ปี ในประเทศไทยของหญิงสาวรายนี้จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

เคธี่-นัน มาไว กล่าวว่า เธอมาจากเมืองพะอัน ประเทศเมียนมา เธอเติบโตในครอบครัวที่ยากจน เธอไม่ได้รับการศึกษา เพราะพ่อแม่มีลูก 10 คน ทำให้เธอต้องช่วยดูแลน้อง แต่เศรษฐกิจภายในประเทศของเธอไม่ดีเลยทำงานก็ไม่พอได้เอามาใช้ถึงค่ำ เธอต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาหุงข้าว ก่อนทีจะออกเดินทางข้ามไปอีกจังหวัด เพื่อไปขายปลาภายในเมืองพะอันจนไปถึงช่วงเย็น

ด้วยความที่ครอบครัวของเธอนับถือศาสนาพุทธ แม้ว่าจะไม่มีเงินเพื่อใช้ทำบุญจึงเลือกทำด้วยแรง และเธอจึงใช้เวลาหลังจากกลับมาจากตลาดตอนกลางคืนไปทำถนนให้กับวัด เมื่อครั้งถึงฤดูเพาะปลูกจะไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านในการทำนา เธอไม่ได้เงินเป็นค่าแรง แต่จะได้เป้นข้าวตอบแทน ซึ่งมันก็ต้องรอเป็นครึ่งปี กระทั่งเธออายุได้ประมาณ 18-19 ปี เธอคิดและตัดสินใจเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นการจ่ายเงินให้กับนายหน้าให้ช่วยพามาทำงานที่นี่ พ่อของเธอท้วงไม่ค่อยอยากให้มา แต่เธอก็คิดว่าเศรษฐกิจในประเทศบ้านเกิดไม่ดีจริงๆ แถมตัวเธอเองก็ไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านไม่ได้เขียนไม่ออกจะสามารถไปทำอะไรได้ แต่หากมาหางานทำที่ประเทศไทยอย่างน้อยเงินก็ได้เยอะกว่าอยู่ที่พม่า

ครอบครัวของเธอลำบากมาก ในบางครั้งหาเงินมาได้ก็ไม่พอกินใน 1 วันด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้เธออยากมาทำงานที่ประเทศไทย เพื่อนก็บอกเป้นเสียงเดียวกันว่าถ้ามาที่ไทยแล้วทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น เพราะมีงานให้เราสามารถทำได้ทุกวัน และได้เงินเยอะกว่าที่บ้านเกิด

เคธี่-นัน มาไว ตัดสินใจเดินทางด้วยเท้าข้ามภูเขามาร่วม 8 วัน เพื่อหวังจะได้เจอชีวิตที่ดีกว่า โดยในตอนนั้นเธอเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนผู้หญิง 1 คน นอกนั้นก็เป็นเพื่อนผู้ชายทั้งหมด ได้เดินข้ามเขาเมียวดีไปจนถึงนครสวรรค์ ซึ่งตอนนั้นก็ได้แบกเอาข้าวสาร-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป-หม้อหุงข้าว ทั้งนี้ก็เพื่อทำอาหารภายในป่าระหว่างเดินทาง ตอนนั้นรู้สึกว่าเดินมาไกลมกแต่ก็ไม่ถึงสักที เธอไม่รู้สึกหิวข้าว เพราะตั้งใจอยากจะเดินให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุด ทุกคืนระหว่างเดินทางเธอร้องไห้ เพราะคิดถึงคนที่บ้าน คิดถึงคำพูดของพ่อที่ไม่อยากให้เธอมา แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะตอนนั้นสิ่งที่ทำได้คือเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน จนในที่สุดเธอก็เดินทางถึงจังหวัดนครสวรรค์ และเธอก็ต้องเข้าไปหลบอยู่ภายในไร่มันจำนวนหลายชั่งโมง ก่อนที่จะได้เดินทางมาที่กรุงเทพ

เธอได้มาทำงานเป็นแม่บ้าน ตอนนั้นไม่สามารถพูดภาษาไทยได้เลย จำได้เพียง 1 ประโยคเท่านั้น เพราะพ่อได้สอนไว้ “พี่ๆ นี่อะไรคะ” เพื่อให้ใช้ถามเพื่อจำคำศัพท์ที่เป็นภาษาไทย ความจริงแล้วพ่อของเธอเคยข้ามมาทำงานที่ไทยแล้ว มันเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับเธอ เพราะคนไทยที่ทำงานเป็นแม่บ้านช่วยสอนงานให้เธอ ช่วงแรกเจอเข้ากับเจ้านายที่ไม่ดีนัก จึงทำให้ต้องทำงานจนไม่ได้พักผ่อน

เรื่องเล่าจากเพื่อนของเธอบอก เจ้านายบางคนไม่ได้แม้แต่ทอดไข่กิน เพราะกลัวเปลืองแก๊ส แม้ว่าไข่ไก่จะซื้อมาเองก็ตาม เจ้านายบางคนเขาให้ทำงานทุกวัน ไม่ให้หยุด แม้ว่าตอนนั้นติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้มีการหยุดพักรักษา เพื่อนบ้างคนก็ไปเจอกับเจ้านายที่ชอบทำร้ายร่างกายพวกเขา ข่มขู่ทำร้ายเอาไว้ก่อนเพราะกลัวจะไปขโมยเงินของเขา

ทุกคนก็อยากได้อยากเจอเจ้านายที่ดี ทำงานออกมาให้ดีให้เจ้านายทั้งนั้น เพื่อให้เจ้านายได้ภูมิใจที่ให้เขามาทำงาน คนงานไม่ได้คิดว่าจะมาฆ่าปล้นขโมยของ เดินทางมาทำงานที่ไทยเพื่ออยากได้เงินเดือน และเอาเงินส่งไปให้ครอบครัวที่รออยู่ที่พม่าให้เขาได้สบายเพียงเท่านั้น

เคธี่-นัน มาไว หญิงสาวชาวกะเหรี่ยง ทำงานเป็นแม่บ้านและยังเป็นพนักงานชองร้าน Bride Wholesale ประตูน้ำ

ทั้งนี้ เคธี่ได้ใช้โอกาสนี้เพื่อบอกเน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะคนงานที่เป็นคนกะเหรี่ยง คนพม่า เมื่อพวกเขามาทำงานที่ประเทศไทย ก็อยากที่จะเจอเจ้านายที่ดีกับเขาทั้งนั้น ถ้าเจอเจ้านายดีแม้งานเยอะและหนักเขาก็สู้ทำให้ได้เสมอ ไม่เกี่ยงงานเพราะทำแล้วมีความสุข

นับไม่ถ้วนที่เคธี่ถูกล้อเรื่องการพูดไม่ชัด ไม่ได้เรียนหนังสือบ้าง บางรายมาถามว่าเป็นคนพม่าหรือเปล่า แต่เธอก็ตอบเขาไปว่า “เป็นคนกะเหรี่ยง” ก่อนจะบอกไปอีกว่าเธอเป็นคนที่พูดไม่เก่ง ถ้าหากเธอพูดอะไรผิดไปช่วยบอกเธอด้วย และก็จะได้เอาไปปรับปรุงตัวเอง เธอมีความตั้งใจในการทำงาน เพราะอยากเป็นส่วนทำให้ลูกค้ามีความสุขที่ได้มาที่ร้านชุดเจ้าสาว เมื่อหลายคนที่มาใช้บริการเกิดความพอใจในงานก็มองข้ามเรื่องสำเนียงการพูดของเธอไป แม้ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่นแต่ก็สามารถทำงานเลี้ยงพ่อแม่ได้เช่นเดียวกัน

และสิ่งที่ทำให้เคธี่มีความสุขที่สุดก็คือ การได้เจอกับเจ้านายที่ดี มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกหวยรางวัลใหญ่ ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทันที เจ้านายพาเธอไปเปิดบัญชีเก็บเงิน พาเธอไปท่องเที่ยว พาไปกินอาหาร สอนให้รู้จักการใช้ชีวิต ทำให้เก็บเงินส่งไปให้ที่บ้านได้อย่างสบาย เธอสามรถเก็บเงินไปซื้อที่ดินให้พ่อแม่ได้ พร้อมกับส่งเงินไปทำบ้านให้ใหม่มูลค่า 5 ล้านบาท สมัยก่อนได้อยู่แต่บ้านที่ทำจากไม้ไผ่ ส่วนหลังคาบ้านนั้นทำด้วยใบไม้ ตอนนี้ได้มีบ้านหลังใหญ่เพื่อให้คนในครอบครัวได้อยู่กันอย่างสบายตัว และมีเงินแบ่งไปทำบุญและช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่เขาเดือดร้อนเพื่อนบ้านคนไหนที่เดือดร้อนและอยากขายที่ดินเธอก็จะรับซื้อเอาไว้

ขอบคุณที่มาSanook