Thursday, 7 July 2022

จับแล้ว !! 2 โหด ฆ่าหนุ่มแกร็บคาร์ ชิงรถเก๋ง หมกศพทิ้งในป่าเมืองกาญจน์

ข่าวอาชญากรรม เจ้าหน้าที่ติดตามจับ 2 โจ๋โหด ฆ่าหนุ่มแกร็บคาร์ ใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทง หมกศพทิ้งในป่าละเมาะริมทาง เมืองกาญจน์ ชิงรถเก๋งขับหลบหนีไปกบดานที่ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม่ผู้เสียชีวิต เห็นผู้ชายหายตัวไปไม่ยอมกลับบ้าน จึงรีบเข้าไปแจ้งความ ผ่านไป 3 วันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแกะรอยไปจนเจอรถ พร้อมกับล็อกตัว 2 คนร้าย ก่อนจะมีการพาตัวคนร้ายเดินทางไปชี้จุดที่ทิ้งศพ สภาพศพอืดสยองอยู่บริเวณริมชายป่า คนร้ายอ้างตกงานจึงลงมือฆ่าชิงรถ เพื่อจะขับไปหางานทำ แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงไม่ปักใจเชื่อ หลังจากที่ได้พบคลิปที่คนร้ายถ่ายวิดีโอขณะที่ลงมือสังหารเหยื่อ ได้มีการส่งไปข่มขู่หญิงสาวรายหนึ่ง สงสัยปมมรณะอาจมาจากเรื่องหึงหวง

สล็อต เว็บตรง KNG365

2 โหด ฆ่าหนุ่มแกร็บคาร์ ชิงรถเก๋ง หมกศพทิ้งในป่า

ข่าวอาชญากรรม ฆ่าหนุ่มแกร็บคาร์
คดีฆาตกรรมดังกล่าว ได้สิบเนื่องมาจาก วันที่ 18 สิงหาคม 2564 นางบุญญาพร ช้อยสามนาค อายุ 66 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 11/11 ซอย 4 ถนนปากแพรก ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ พันตำรวจโท บุญศักดิ์ ติ๊บมา สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่า นายศุภเดช ช้อยสามนาค อายุ 37 ปี ลูกชายที่ประกอบอาชีพแกร็บคาร์ ขับรถเก๋ง ยี่ห้อ Mitsubishi Mirage สีฟ้า ทะเบียน กบ 218 กาญจนบุรี ได้ขับรถไปรับลูกค้าก่อนที่จะหายตัวไป ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 16 สิงหาคม 2564 หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจเอก สมเกียรติ โฉมฉาย ผู้กำกับการ สั่งการให้ พันตำรวจโท วศิน พลายศิริ รองผู้กำกับการ สส. พันตำรวจตรี มารุต ฉัตรทัณฑ์ สว.สส. ได้มีการนำกำลังฝ่ายสืบสวนออกหาเบาะแส

กระทั่งในช่วงค่ำของวันที่ 19 สิงหาคม 2564 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ตรวจสอบพบรถเก๋งของนายศุภเดช ขับวนเวียนอยู่บริเวณพื้นที่ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้มีการนำเทปกาวสีดำ เพื่อแปะแก้ไขตัวเลขของแผ่นป้ายทะเบียน จาก 218 เป็น 248 ซึ่งมีชาย 2 คนได้ขับรถไปจอดที่ร้านอาหารชาวทะเล ริมทะเลปราณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าจับกุมตัวเอาไว้ ทราบชื่อคือ นายพิษณุ หรือเล็ก นาคเถื่อน อายุ 23 ปี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 7 ตำบลภาชี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายชัย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านที่ อำเภอภาชี จากการสอบสวนนายพิษณุ ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้มีการใช้อาวุธมีดแทง นายศุภเดช เสียชีวิต เพื่อที่จะชิงเอารถเก๋ง จากนั้นจึงนำศพไปทิ้งยังบริเวณพื้นที่ ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี หลังจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลาง รถเก๋งของผู้ตาย มีดพับที่ใช้ก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเสื้อผ้ารองเท้าของผู้ต้องหาที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ

วันที่ 20 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 02.00 น. พันตำรวจโท วศิน พลายศิริ รอง ผู้กำกับการ สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มีการนำกำลังควบคุมตัวคนร้ายส่งมาให้ ร้อยตำรวจเอก พินิจ สืบดี รอง สว. (สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งรายงานให้ พันตำรวจเอก บัญชา รุจิเมธากร ผู้กำกับการ สภ.ลาดหญ้า มาร่วมสอบปากคำ ก่อนที่จะมีการนำคนร้ายไปชี้จุดที่นำศพไปทิ้งบริเวณ ชายป่าละเมาะ บ้านหนองสามพราน หลังโรงสุรา หมู่ 1 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ริมถนนลูกรังห่างจากถนนกาญจนบุรี-ไทรโยค ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งได้พบศพนาย ศุภเดช สวมเชื้อเชิ้ตสีดำ สวมกางเกงยีน ไม่สวมใส่รองเท้า สภาพศพขึ้นอืดหนอนไต่ยั้วเยี้ยส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ จึงได้มีการประสานแพทย์ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เข้ามาทำการชันสูตรพลิกศพ พบกับแผลถูกแทงที่ศีรษะด้านหน้าขวา 1 แผล ที่บริเวณลำคอซ้าย 3 แผล ก่อนจะนำศพส่งไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติมยังพื้นที่ สภ.ลาดหญ้า เบื้องต้น ได้มีการแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์หรือรับของโจร และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

จากการสอบสวน นายพิษณุ อ้างว่า ตกงาน ต้องการรถยนต์เพื่อที่จะนำไปหางานทำ จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือโทรเรียกแกร็บคาร์ของผู้ตายมารับ พร้อมกับขับวนไปในตัวเมืองกาญจนบุรี ซึ่งได้มีการพูดคุยขอรถไปใช้ แต่ทว่าผู้ตายไม่ยอม จึงได้มีการชักมีดออกมาแทงจนเสียชีวิต เลยนำเอาศพไปทิ้งแล้วขับรถหลบหนีออกไปหางานทำที่ปราณบุรี ได้มีการใช้เทปกาวดำแปะเพื่อแก้ไขเลขทะเบียนรถ กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีคลิปขณะที่คนร้ายก่อเหตุแชร์ออกไปว่อนโซเชียล ผู้ต้องหาได้มีการถ่ายคลิกขณะก่อเหตุส่งไปให้หญิงสาวรายหนึ่ง โดยผู้หญิงดังกล่าวเป็นอดีตแฟนเก่าของผู้ต้องหาและรู้จักกับผู้เสียชีวิต คาดปมสังหารน่าจะมาจากเรื่องหึงหวง

ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีญาติพี่น้องพร้อมทั้งเพื่อนของผู้ตาย พากันมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก ต่างพากันตะโกนด่าทอผู้ต้องหาด้วยความเคียดแค้น หลังจากที่เสร็จการทำแผนเป็นจุดสุดท้าย กลุ่มเพื่อนของผู้ตายต่างฮือวิ่งเข้าไปเพื่อจะทำร้ายผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มเอาไว้ได้ ก่อนจะรีบพาตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมที่ สภ.ลาดหญ้า