Thursday, 7 July 2022

พ่อยอมบาป หลอกเมียออกไปจากบ้าน ก่อนตัดสินใจยิงลูกชายเสพยาเสียชีวิต เพื่อจบปัญหาเลยฆ่าตัวตายตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564  กรณี พ่อยอมบาป ก่อนตัดสินใจยิงลูกชายเสพยาเสียชีวิต สภ.โพธาราม จังหวัดราชบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากการถูกยิง โย ร.ต.ท.ณัฐนนท์ เจียรวนานนท์ รองสารวัตร (สอบสวน) และเจ้าหน้าที่สอบสวนพร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรของโรงพยาบาลโพธาราม ทีมมูลนิธิสว่างราชบุรี รีบรุดลงพื้นที่เกิดเหตุ

สล็อต เว็บตรง KNG365

พ่อยอมบาป หลอกเมียออกไปจากบ้าน ก่อนตัดสินใจยิงลูกชายเสพยาเสียชีวิต พร้อมกับยิงตัวตายตาม

พ่อยอมบาป หลอกเมียออกไปจากบ้าน ก่อนตัดสินใจยิงลูกชายเสพยาเสียชีวิต พร้อมกับยิงตัวตายตาม

พ่อยอมบาป หลอกเมียเพื่อฆ่าลูกชายแท้ๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ หมู่ 1 ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบนายร่มฉัตร วัย 44 ปี เสียชีวิตคาที่นอนจมกองเลือด ภายหลังจากถูกยิงด้วยปืนถึง 2 นัด ถัดมาบริเวณใกล้เคียงกันนั้นพบนายร่มไทร วัย 64 ปีมีรอยถูกยิงที่ศีรษะ ขณะนั้นมีอาการบาดเจ็บสาหัส ก่อนเจ้าหน้าจะช่วยนำไปส่งที่โรงพยาบาลโพะธาราม สุดท้ายเสียชีวิตลงในเวลาถัดมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบปืนขนาด 11 มม. ซึ่งตกบนพื้นในสถานที่เกิดเหตุ

นางขวัญใจ ภรรยาของนายร่มไทร เปิดเผยว่า ผู้ตายคือลูกชายคนโตและเป็นลูกชายแท้ๆของตนกับนายร่มไทรสามี เนื่องด้วยนายร่มฉัตรมีพฤติกรรมเสพติดยาเสพติดมาเป็นเวลานานตั้งแต่ช่วงอายุได้ 17 ปี จนมีอายุได้ 20 ปี ก็ได้มีเมียมีครอบครัว และสุดท้ายต้องเลิกรากันไปคนละทาง และลูกชายก็มีลูกกับเมียที่เลิกไปด้วย ตนและสามีได้ช่วยกันเลี้ยงดูหลาน แม้จะมีลูกนายร่มฉัตรลูกชายก็ยังไม่เลิกเสพยา ทั้งยังมีการเสพหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายร่มไทรผู้เป็นสามีได้พานายร่มฉัตรเข้าไปบำบัดรักษาอาการติดยาหลายครั้งต่อหลายครั้ง แต่ลูกชายก็ไม่มีทีท่าที่จะดีขึ้นมาเลย แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นลูกชายมีอาการหลอนจากยามากขึ้นๆพร้อมกับบางวันยังทำร้ายข้าวของในบ้านพังเสียหาย และยังทำร้ายร่างกายตนและสามี จนสุดท้ายสามีต้องไปแจ้งความจับลูกชายที่ สภ.โพธาราม แต่เมื่อลูกชายได้รู้ความเข้าก็ได้ขู่ตนว่า ถ้าลูกชายถูกตำรวจจับ เมื่อออกจากคุกมาได้จะไล่ฆ่าทุกคนไม่ให้เหลือ และในหลายครั้งเมื่อลูกชายเกิดอาการหลอนยา ตนกับสามีต้องหนีออกจากบ้านแล้วมาหลบอยู่ที่คอกวัว ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านออกมาระยะหนึ่ง

ในเหตุการณ์ล่าสุดนายร่มฉัตร มีอาการหลอนยาทำร้ายข้าวของในบ้านพังเสียหายอีกครั้ง และยังต่อยตีกับผู้เป็นพ่อเหมือนกับเหตุการณ์ในทุกๆครั้งที่มีอาการหลอนยา และครั้งล่าสุดนั้นกำเริบหนักเมื่อทำร้ายคนในบ้านเสร็จก็เดินต่อไปทำร้ายป้าแท้ๆ ซึ่งเป็นพี่สาวของผู้เป็นพ่อ ทำให้สามีของตนรู้สึกเศร้าเสียใจกับการกระทำของลูกชายเป็นอย่างมาก

ในวันเกิดเหตุถึงขั้นยิงกันจนเสียชีวิต นางขวัญใจ เล่าต่อว่า วันนั้นลูกชายก็มีอาการหลอนและทำร้ายข้าวของเหมือนเช่นเคย และในขณะเดียวกันสามีเพิ่งกลับมาจากการไปซ่อมท่อประปาในหมู่บ้านมา เนื่องด้วยสามียังเป็นผู้ช่วยกำนันของหมู่บ้าน อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยหรืออย่างไร สามีบอกให้ตนไปต้อนวัวเข้าคอกที่อยู่บริเวณหลังบ้าน เมื่อตนกำลังต้อนวัวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัดด้วยกัน ตนรีบวิ่งกลับมาดูที่บริเวณเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบลูกชายเสียชีวิตคาที่อยู่บนเก้าอี้ และสามีก็ยิงตัวเองตายตาม ซึ่งขณะนั้นหายใจโรยริน เจ้าหน้าที่นำสามีส่งโรงพยาบาลโพธาราม แต่ยังไม่ทันจะได้รักษาสามีก็เสียชีวิตลงในเวลาถัดมา

“ลูกชายพูดถ้าใครแจ้งความจับเขา เขาออกมา เขาจะฆ่ายกครัว ฆ่ายกบ้าน เราก็กลัวก็เลยโทรบอกตำรวจว่าไม่ต้องเอาหมายมานะ เขาขู่ยังงี้ ลุงเขาเคยถามว่า ถ้ายิงคนตายติดคุกกี่ปี เขาหลอกป้าไปเอาวัวเอาคอก ธรรมดา เขาบอกเขาเดินปวดหัวเดินไปด้วยไม่ไหว แต่จริงป้าต้องเอาวัวเข้าคอก 4 โมงเย็น ป้าอยู่หน้าคอกพึ่งแก้วัวได้ 2 ตัว เสียงปืนดัง ปัง ปัง เสียงมันเน้นเหมือนเสียงที่บ้านป้า ป้าเลยวิ่งกลับไป เห็นนอนจมกองเลือด ป้าอุ้มลุงขึ้นมา ลุงเขาเหลืออดมานานแล้ว” นางขวัญใจได้กล่าวทั้งน้ำตา

 

ในส่วนของกำนันประจำตำบลคลองตาคต คือ นายกิตติ ศิริสมบูรณ์ ได้ออกมาเปิดเผยด้วยว่าผู้ช่วยของตนที่ปฏิบัติงานร่วมกันมา 19 ปี คือ นายร่มไทร เป็นคนดีมีน้ำใจ ไปไหนมีแต่คนรัก ให้การช่วยเหลือชาวบ้านตลอด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่า นายร่มไทรมีความเครียดสะสมเป็นระยะเวลายาวนาน และนายร่มไทรยังมีปัญหาสุขภาพมีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน และอาการป่วยทำให้ต้องผ่าตัดดวงตา เมื่อผ่าเสร็จ ลูกชายก็ทำร้ายร่างกายพร้อมกับต่อยเข้าไปที่เบ้าตาข้างที่ผ่าตัดมาจนทำให้นายร่มไทรตาบอด นายร่มไทร คงตัดสินใจเพื่อจะฆ่าตนเองไปพร้อมกับลูกชายเพื่อจบปัญหาทุกอย่างลง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ส่วนญาติของผู้ตายก็กำลังดำเนินการติดต่อรับศพนายร่มไทรและนายร่มฉัตร เพื่อนำกลับมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา