Thursday, 30 May 2024

ลูกแปลกใจแม่หาย 7 วัน ก่อนรู้ความจริง “เสียชีวิต” พ่อทุบหัวฝังกลบดิน

ข่าวอาชญากรรม ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานเปิดเผยการฆาตกรรมสุดโหด ลูกแปลกใจแม่หาย 7 วัน ก่อนพยายามตามหาและพบพบกับความจริงว่าเสียชีวิตแล้ว ผู้ก่อเหตุคือพ่อของตัวเอง เพราะเกิดเรื่องหึงหวงและมีปากเสียงใช้ค้อนฟาดและทุบหัวแม่ ที่จะลากศพไปฝังกลบดินเพื่ออำพรางความผิด..

สล็อต xo Slotxo

ช็อก! ลูกแปลกใจแม่หาย 7 วัน พ่อทุบหัวลากไปฝังกลบดิน ลูกชายรู้ความจริง! แจ้งความจับพ่อ เผยสาเหตุหึงหวง ก่อนสติหลุด…

ช็อก! ลูกแปลกใจแม่หาย 7 วัน พ่อทุบหัวลากไปฝังกลบดิน ลูกชายรู้ความจริง! แจ้งความจับพ่อ เผยสาเหตุหึงหวง ก่อนสติหลุด...

รายงานเรื่องช็อกของครอบครัวหนึ่ง ลูกชายได้แจ้งตำรวจเพื่อมาจากพ่อตัวเอง ภายหลังจากที่รู้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุลงมือฆ่าแม่ที่หายไปร่วม 1 อาทิตย์ เพราะว่าทั้งสองทะเลาะมีปากเสียงกัน ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นมาจากแรงหึงหวงของพ่อ ก่อนที่จะบันดาลโทสะคว้าเอาค้อนมาฟาดและทุบเข้าใส่หัวของแม่จนสิ้นใจ จากนั้นได้ลากศพภรรยาของตัวเองไปฝังดินอำพรางความผิด หลังก่อเหตุอย่างไร้สติ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพร้อมกับตำรวจจาก สภ.ตาเซะ จังหวัดยะลา ได้ลงพื้นที่มาร่วมกันจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ หรือ นายสมมิตร อินทรสกุล ชายวัย 63 ปี ภายหลังจากสารยะลาได้ออกหมายจับที่ จ.524/2565 (6 พฤศจิกายน 2565) ด้วยข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมกับอำพรางศพ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายเฉลิมพล หนุ่มวัย 28 ปี ได้เดินทางไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาแซะ ภายหลังจากที่แม่ของเขาหรือ นางอาภรณ์ วัย 55 ปี ไม่หายตัวไปและไม่สามารถติดต่ออะไรได้เลย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแส

จนกระทั่งได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบรอบบ้านพัก และไล่ดูไปจนถึงสวนผลไม้ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้พบกับชิ้นส่วนไขมันของมนุษย์ ซึ่งอยู่บริเวณโพรงหญ้า ทำให้เริ่มปฏิบัติการใช้แบคโฮขุดดินบริเวณดังกล่าวขึ้นมาตรวจ กระทั่งได้พบเข้ากับร่างนางอาภรณ์ถูกฝังดิน เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเชิญนายสมมิตร ผู้เป็นสามีของคนตายมาสอบปากคำที่โรงพัก

ในสมมิตรได้ให้การรับสารภาพว่าเขาเป็นคนฆ่าภรรยาของตัวเอง สืบเนื่องมาจาก 4-5 เดือนก่อน เขาสังเกตพบภรรยามีท่าทางที่เปลี่ยนไป เนื่องจากภรรยาจะมีการโทรศัพท์พูดคุยกับใครบางคนนานผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้นภรรยาไม่ยอมให้เขานอนด้วย และสาเหตุนี้ทำให้เขาเกิดอาการหึงหวง

และแล้วในวันเกิดเหตุเขาก็ได้ทะเลาะและมีปากเสียงกับภรรยา นางอาภรณ์ได้ด่าเขาด้วยคำที่รุนแรงมาก ทำให้ในขณะนั้นเขาได้คว้าเอาค้อนที่อยู่ใกล้ฟาดเข้าใส่หัวของภรรยาโดยทันที ภายหลังจากนั้นก็ลากศพเธอไปให้หลุมและฝังในสวนผลไม้ที่อยู่หลังบ้าน เมื่อผู้เป็นลูกชายมาถามหาแม่ว่าหายไปไหน เขาตอบไปว่าเธอไปบ้านที่อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายสมมิตร ทั้งนี้รวมไปถึงจอบและพลั่วที่ใช้ในการขุดหลุมเพื่ออำพรางศพ ไปเป็นหลักฐานในการเอาผิดและดำเนินคดีทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไป