Tuesday, 26 October 2021

ยายยกมือไหว้ท่วมหัว วอนเจ้าหน้าที่ช่วย 10 เยาวชนชาวไทย หลังถูกหลอกไปขายในบ่อนจีน

ข่าวล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ยายยกมือไหว้ท่วมหัว เพื่อเป็นการวอนขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการช่วยเหลือหลานชายอายุอยู่ระหว่าง 16-19 ปี เป็นจำนวนทั้งหมด 10 คน ที่ถูกหลอกไปขายที่บ่อนในประเทศจีน

ยายยกมือไหว้ท่วมหัว วอนเจ้าหน้าที่เข้าช่วย 10 เยาวชนไทย โบรกเกอร์หลอกไปขายในบ่นจีน ก่อนลั่นอยากกลับต้องจ่าย 9 หมื่นบาท

ยายยกมือไหว้ท่วมหัว วอนเจ้าหน้าที่เข้าช่วย 10 เยาวชนไทย โบรกเกอร์หลอกไปขายในบ่นจีน ก่อนลั่นอยากกลับต้องจ่าย 9 หมื่นบาท

ยายยกมือไหว้ท่วมหัว หนึ่งในกลุ่มผู้ปกครองของ 10 เยาวชนไทยที่ถูกโบรกเกอร์หลอกไปขายที่บ่อนจีน ส่วนผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่เป็นชาวตำบลด่านแม่ละเมา และผู้ปกครองที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่เทศบาลนครแม่สอด ได้เดินทางเพื่อมาพบกับผู้สื่อข่าวในอำเภอแม่สอด ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเข้ามาขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ เนื่องมาจากบรรดาบุตรหลานที่เป็นชายทั้งหมดกว่า 10 คนนั้น อาชีพเฉลี่ยระหว่าง 16-19 ปี ซึ่กำลังศึกษาที่สถาบันแห่งหนุ่งในอำเภอแม่สอด ที่ตอนนี้ถูกหลอกไปขาย

หนึ่งในผู้ปกครองที่เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือผ่าสื่อสารมวลชน คือ นายเปง คำวัน วัย 76 ปี และ นางจันทร์ ทิยานัน วัย 73 ปี ที่เป็นชาวบ้านที่มาจากหมู่ 9 ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด ทั้ง 2 คนนี้เป็นทั้งผู้ปกครองและเป้นทั้งตายและยายของบรรดาเยาวชนที่ถูกหลอกไปขายที่บ่อนในจีน โดยได้เล่าว่า เมื่อวันที่ 13-14 กันยายน 2564 เดือนที่ผ่านมา มีคนมาอ้างว่าเป็นโบรกเกอร์ เดินทางมาชักชวนบุตรลานกลุ่มดังกล่าวเพื่อที่จะเดินทางไปเป้นแอดมิน โดยจะทำหน้าที่ตอบแชทลูกค้าในทางออนไลน์ให้กับกลุ่มบ่อนการพนันในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งบ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนที่อยู่ในประเทศเมียนมา และได้บอกว่าบุตรหลานจะได้เงินค่าแรงต่อเดือนจำนวน 2.4 หมื่นบาท และบอกว่าจะมีที่พักและอาหารให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เมื่อโบรกเกอร์คนดังกล่าวพาบุตรหลานหรือ 10 เยาวชนไปถึงก็ได้ขายต่อไปยังบ่อนการพนันของคนจีน และได้มีการจับให้เยาวชนเซ็นสัญญาซึ่งเป็นภาษาจีน และเมื่อเยาวชนทั้งหมดอ่านภาษาจีนไม่ออกก็ยอมเซ็นสัญญาทั้งที่ไม่รู้ความหมาย

ทางด้านนาภราดร ชาวแม่สอด ผู้เป็นพ่อของ 1 ใน 10 เยาวชนที่ถูกหลอกไปขายในบ่อนจีน ได้ออกมาเล่าว่า หลังจากที่ลูกชายได้เดินทางไปถึงประเทสเมียนมาก็ได้เริ่มทำงานโดยทันที และการทำงานก้ไม่ได้เป็นไปตามสัญญาที่เกิดขึ้นในฝั่งไทยก่อนเดินทาง ลูกของตนและเพื่อนๆในกลุ่มเยาวชน ต้องทำงานตลอดเวลาไม่มีเวลาพักผ่อน ทำงานเกินเวลาและงานที่ทำก็เป้นงานเกี่ยวกับเงินดิจิทัล หรือเงินบิทคอยน์ กระบวนการทั้งหมดเป็นการมาหลอกให้คนไทยไปลงทุน

นายภราดร กล่าวต่อว่า ทั้ง 10 เยาวชน ถูกข่มขู่และมีการหักเงินค่าที่พักและอาหาร ทั้งยังทำการกักขังให้กลุ่มเยาวชนไม่ให้มีการเข้า-ออก ไปไหนมาไหน และตนรู้ข้อมูลมาล่าสุดเจ้าหน้าที่บ่อนได้มีการทุบกล้องโทรศัพท์ และพร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ที่นั้นได้บอกกับกลุ่มเยาวชนว่าถ้าอยากกลับประเทศไทย ต้องนำเงินมาให้บ่อนจีนหัวละ 9 หมื่นบาท ตนก็เสียใจถ้าตนมีเงิน 9 หมื่นคงไม่หลงเชื่อยอมให้ลูกไปทำงานดังกล่าวแน่นอน แต่ที่ยอมให้ลูกไปก็เพราะครอบครัวไม่มีเงิน

ในส่วนของนางจันทร์ คุณยายวัย 73 ปี ที่มีหลาน 1 ใน 10 เยาวชนได้เดินทางไปทำงานในครั้งนี้ด้วย ก็ได้ยกมือวอนไหว้ กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้หลานได้รับการช่วยเหลือและกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย เพราะยายเป็นคนที่คอยเลี้ยงดูหลานคนนี้มาตลอด รักและเป้นห่วงมาก การไปทำงานในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ยอมปล่อยหลานไปทำงาน และหลานก็อยากได้เงินเนื่องจากโบรกเกอร์อ้างว่าจะได้รับเงินจำนวน 2.4 หมื่นบาทต่อเดือน