Tuesday, 26 October 2021

“ประวัติศาสตร์” 10 เรื่องสุดหดหู่ที่โลกเคยพบเจอ

เรื่องราวความรู้วันนี้ พบกับ “ประวัติศาสตร์” เหตุการณ์สุดสะพรึงที่ไม่ควรมีใครได้พบเจอ เป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมในหัวใจจริง ๆ

เหตุการณ์ “ประวัติศาสตร์” โลกที่แสนสะเทือนใจ

ทหาร

 

1. “The Holocaust” ค่ายกักกันนาซี (1939-1945)

ค่ายกักกันที่สร้างขึ้นมาเพื่อฆ่ากวาดล้างเชื้อชาติที่ไม่พึงประสงค์ ที่เน้นไปที่ชาวยิว มีการจัดแบ่งสีต่าง ๆ ให้แก่นักโทษเพื่อจัดหมวดหมู่ ทารุณกรรมต่าง ๆ ทั้งให้อดอาหาร ถูกข่มขืน บังคับให้ไปอยู่ในสภาพแวดดล้อมที่เกินมนุษย์จะรับได้ รวมไปถึงการทดลองต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ใครหลายคนคงไม่อยากจะตกไปอยู่ในสภาพเช่นนั้นแน่นนอน

นักโทษนาซี

 

2. “Holodomor เหตุการณ์ความหิวโหยในยูเครน (1932-1933)

ยูเครนเป็นประเทศที่มีความสมบูรณ์ทางพืชพรรณสูง มีพื้นที่อาณาเขตกว้างขวาง และเคยเป็นประเทศที่ได้รับอิสรภาพมาก่อน ทำให้ผู้คนมีความรักชาติและต่อต้านเผด็จการ เมื่อโซเวียตได้เข้ามามีอำนาจปกครอง จึงได้ทำการกดขี่ บีบบังคับให้ส่งผลผลิตทุกอย่างและยึดอำนาจทรัพย์สิน ส่งผลให้ประชาชนยูเครนเข้าสู่ภาวะอดยาก ล้มตายจากขาดแคลนอาหาร ต้องกินเนื้อสัตว์เลี้ยงหรือถึงขั้นเนื้อกันเองเพื่อประทังชีวิต

ความอดอยาก

 

3. การสังหารหมู่ที่ “ทุ่งสังหาร” ในกัมพูชา (1975-1979)

เกิดการยึดอำนาจซ้ำซ้อนในประเทศ คร่าชีวิตไปมากกว่า 1 ล้านคน ภายในช่วงเวลา 4 ปี โดยกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า “เขมรแดง” เพื่อหวังเปลี่ยนประเทศให้เป็นคอมมิวนิสต์อย่างสมบูรณ์ จึงฆ่าทุกคน ไม่ว่าจะคนท้อง คนที่ดูมีความรู้ หรือแม้แต่เด็กเล็ก ก็ถูกคิดว่าเป็นภัยต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

 

4. โศกนาฏกรรมสังหารหมู่ “อาร์เมเนียน” (1915-1922) 

เรื่องราวเกิดในยุคสมัยสงครามครั้งที่ 1 ของโลก เป็นการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” คร่าชีวิตชาวอาร์เมเนียไปกว่า 1.5 ล้าน ปัจจุบันสายเลือดอาร์เมเนียที่ยังเหลืออยู่ ก็มีออกมาเดินขบวนเพื่อลำรึกถึงการสูญเสียในครั้งนี้

อาร์เมเนียน

 

5. การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ “รวันดา” (1994)

กว่า 8 แสนชีวิตที่สูญเสีย ด้วยเวลาเพียง 100 วัน เกิดการสังหารโหดโดย “ฮูตู” ประชาชน 85 % ของรวันดา และคนส่วนน้อยอย่างชาวทุตซีที่เป็นกลุ่มผู้นำการปกครองส่วนใหญ่มานาน ฮูตูกระทำการล้มล้างระบบกษัตริย์และศัตรูอื่น ๆ ทางการเมืองโดยไม่สนชนชาติ เบื้องหลังเหตุการณ์ถูกวางแผนโดยผู้นำหลายตำแหน่ง กดดันข่มขู่ให้ประชาชนฮูตู ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน และฆ่าประชากรทุตซีอย่างโหดเหี้ยม ส่งผลให้มีการอพยพและล้มตายจำนวนมาก เป็นความบอบช้ำในจิตใจที่รวันดายังคงระลึกถึงอยู่เสมอ

 

6. ยุทธการปิดล้อม “เลนินกราด” (1941-1944)

กินเวลาเกือบ 3 ปี สำหรับการล้อมพื้นที่ “เลนินกราด” เมื่อเยอรมันพยายามเข้ายึดครองพื้นที่ในช่วงสมัย “สงครามโลกที่ 2” และได้ทำการปิดถนนที่ความช่วยเหลือกับอาหารจะเข้าถึง ผ่านไปได้ไม่นาน เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอาหารและเชื้อเพลิงเริ่มหมด ส่งผลให้คนในพื้นที่ต้องหันมาบริโภคเนื้อคนด้วยกัน และสิ้นสุดความทรมานด้วยการช่วยเหลือของโซเวียตที่เขามาขับไล่เยอรมัน

 

7. ภาวะอดอยากครั้งใหญ่ในประเทศจีน “Great Chinese Famine (1958-1961)

ร้ายแรงจนถึงขั้นต้องกินเนื้อมนุษย์และลูกหลานของตัวเอง เป็นผลมาจากการเปลี่ยนระบบการผลิต และเศรษฐกิจของประเทศอย่างฉับพลัน เป็นการไม่เห็นหัวประชาชนและส่งผลให้มีการเสียชีวิตของประชาการมากถึงหลายสิบล้านคน โดยการปรับเปลี่ยนที่ข้ามขั้นไปหลายอย่างนี้มีช่องโหว่ให้เกิดการโกงกินสูงมาก

 

8. สังหารหมู่ที่นานกิง (Nanking Massacre) (1937-1938)

สะเทือนขวัญชาวโลกกับการรุกรานจากกลุ่มทหารญี่ปุ่น ที่กระทำการทารุณ ข่มขืน ฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์ ที่กินเวลานานถึง 1เดือนครึ่ง  ทำให้มีการอพยพหนีตาย ในบันทึกบอกวว่า มีผู้เสียชีวิต 2-3 แสนคน ผู้รอดชีวิตมีสภาพจิตใจที่บอบช้ำ

นานกิง

 

9. จัตุรัส “เทียนอันเหมิน” กับการร้องขอเสรีภาพ (1989)

เสรีภาพ เป็นพื้นฐานของมนุษย์ควรมี แต่ในหลายแห่งก็ยังมีการกักขังความอิสระ  ที่จะใช้ชีวิต อย่างเหตุการณ์ในครั้งก็เกิดขึ้นจากการร้องขอเสีนชรีภาพจากรัฐบาลหากแต่ว่าผู้ปกครองในตอนนั้นช่างเลือดเย็นเหลือเกิน ได้มีการสั่งให้นำรถถังและนายทหารจนวนมากออกมาขับไล่ชุมนุม เรื่องราวยืดเยื้อแรมเดือนจนมีผู้ใหญ่มาเห็นใจ แต่กลับถูกผู้มีอำนาจสูงสุดไล่ออกและสั่งกักบริเวณ เหตุการณ์บานปลายเกิดการนองเลือดทั้งฝั่งผู้เรียกร้องและฝั่งของรัฐ

 

10. เชื้อมรณะ “Black Death” (541)

เป็นเหตุการณ์สะพรึงที่ในสมัยก่อน Black Death หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “กาฬโรค” มีการระบาดซ้ำซ้อนถึง 3 ครั้ง โดยจุดเริ่มต้นของเชื้อนี้มาจากแบคทีเรียจากสารบางอย่างจากเจ้าพวกฟันแทะทั้งหลาย เชื้ออาจถูกแพร่มาสู่คนด้วยหมัด พอถึงคนแล้วยิ่งติดต่อกันได้ง่าย และด้วยความรู้ในสมัยนั้นไม่มีวิธีการป้องกันเชื้อ ทำให้มีการสูญสียชีวิตมากถึงกว่า 200 ล้านคน