Tuesday, 31 January 2023

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ อายุเก่าแก่กว่า 2,200 ปี ทำไมยังถูกปิดตายเอาไว้อย่างงั้น

PG SLOT สล็อต PG เว็บตรง

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ 秦始皇兵馬俑 อายุเก่าแก่กว่า 2,200 ปี ทำไมยังไม่ถูกเปิดสักที นักโบราณคดีรีรออะไรอยู่ คนที่ชื่นชอบ ประวัติศาสตร์ จีนและคนอื่นๆอีกมากมายนั้นต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูความวิจิตรพิสดารและความยิ่งใหญ่อลังการของสุสานของปฐมจักรพรรดิด้วยตาตนเองอยู่อย่างมากมาย

สล็อต เว็บตรง KNG365

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ 秦始皇兵馬俑 ทำไมยังไม่ถูกเปิดสักที นักโบราณคดีรีรออะไรอยู่

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ทำไมยังไม่ถูกเปิดสักที

xinhua news ของทางการจีนเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจออกมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมาว่า มีการไปพบทหารดินเผาเพิ่มมาอีกจำนวน 220 ตัว พร้อมด้วยม้าดินเผาและรถม้าดินเผาอีกจำนวนมากมาย อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสุสานของฉินสื่อหวงตี้ หรือ “จิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิพระองค์แรกผู้รวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียว

หลังจากที่มีการพบเจอกองทัพทหารดินเผาและสุสานของปฐมจักรพรรดิเมื่อปี 1974 ที่มณฑล Shaanxi ในประเทศจีนอันถือเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 เหล่านักโบราณคดีสามารถขุดค้นหลุมฝังเครื่องสังเวยและของมีค่า รวมทั้งรูปปั้นทหารดินเผาได้เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมหาศาล

แต่ตลอดระยะเวลาที่ยาวนานแสนนานมาจากการพบเจอหลายพันปี ก็ยังไม่เคยมีใครเลยที่พูดถึงการเปิดสุสานที่ฝัง พระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ถูกฝั่งเอาไว้อยู่ใต้เนินดินใหญ่เหมือนภูเขาลูกย่อยๆ ที่อยู่เคียงข้างกับหลุมที่ขุดพบเจอกองทัพทหารดินเผาเลย ทั้งที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากมายบอกว่า

ภายใต้สุสานอายุเก่าแก่มากกว่า 2,200 ปีแห่งนี้ เต็มไปด้วยสิ่งของเลิศเล่อมากมายและสิ่งประดิษฐ์ที่สุดแสนน่ามหัศจรรย์อั ซึ่งเรื่องเรื่องที่ท้าทายและชักชวนให้นักโบราณคดีมีความอยากเข้าไปสำรวจเป็นอย่างมาก ซือหม่าเชียน (司馬遷) นักจดบันทึก ประวัติศาสตร์ ในยุคราชวงศ์ฮั่นและผู้แต่งพงศาวดาร “สื่อจี้” ได้เขียนข้อความเอาไว้ว่า

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ อายุเก่าแก่กว่า 2,200 ปี

สุสานของ ของจิ๋นซีฮ่องเต้  นั้นตั้งอยู่ที่ฐานของโครงสร้างเหมือนกับพีระมิดที่มีใหญ่โตมโหฬาร โดยมีความสูงมากถึง 50 เมตร และภายในสุสานของปฐมจักรพรรดิ ของจิ๋นซีฮ่องเต้ นั้นเต็มไปด้วยกลไกและกับดักมากมาย ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้บุกรุกเข้าไปในสุสานของปฐมจักรพรรดินั้นได้

และห้องจัดเก็บร่างของ ของจิ๋นซีฮ่องเต้ ซือหม่าเซียนเขียนอธิบายเอาไว้อย่างน่าประหลาดใจและแตกต่างเอาไว้ว่า หีบพระศพของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศจำลองของจักรวรรดิฉิน 秦朝 ทั้งหมด ซึ่งมีตั้งแต่ภูเขาไปจนถึงแม่น้ำและทะเลปรอทที่ไหลเวียนได้อยู่ตลอดกาล

เพดานสุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ยังตกแต่งให้สวยงามไปด้วยอัญมณีมากมายหลายประเภท โดยน่าจะทำเลียนแบบพระจันทร์และพระอาทิตย์ และดวงดาวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าจำนวนมหาศาล หลังโลกเริ่มต้นยุคศตวรรษที่ 21 ได้ไม่กี่ปี ทีมสำรวจของศาสตราจารย์ เจฟฟรีย์ รีเจล จาก University of California, Berkeley ของสหรัฐฯ

ได้ลงพื้นที่เข้าไปสุ่มเก็บตัวอย่างจากดินจำนวนหลายแห่งที่อยู่บนพื้นที่สูงที่ฝังพระศพ จิ๋นซีฮ่องเต้ เพื่อนำมาวินิฉัยทางเคมีในห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลปรากฏว่าดินมีความเข้มข้นของปรอทในปริมาณสูงอยู่หลายแห่ง และสิ่งที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งก็คือ ตำแหน่งของตัวอย่างดินที่อิ่มด้วยไอปรอทซึ่งระเหยขึ้นมาจากใต้เนินฝังพระศพ จิ๋นซีฮ่องเต้

ที่รายเรียงจับตัวกันเป็นรูปทรงของทะเลป๋อไห่หรืออ่าวในทะเลเหลืองทาง Northeast China ซึ่งตรงกับรูปทรงของภูมิประเทศตามแผนที่ยุคปัจจุบันอย่าไม่น่าเชื่อ นับว่าเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อีกหนึ่งอย่างที่ยืนยันว่า มีห้วงน้ำจำลองขนาดใหญ่ที่ทำจากปรอทในสุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ จริง

ไม่เคยมีใครเลยที่พูดถึงการเปิดสุสานที่ฝัง พระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้

อีกหนึ่งงานวิจัยที่ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านวารสารรายงานทางวิทยาศาสตร์เมื่อปี 2020 นั้นบอกว่าสุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นที่กักเก็บเก็บปรอทจำนวนมากมายเช่นกัน โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของ South China University of Education ใช้อุปกรณ์สำรวจและวัดระยะด้วยเลเซอร์ (LIDAR) ตรวจสอบความเข้มข้นของไอปรอทในบรรยากาศเหนือสุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้

สุดท้ายนักวิจัยพบว่ามีความเข้มข้นสูงสุดถึง 27 [ng/ml] ซึ่งมันเป็นค่าที่สูงกว่าค่าการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมปกติของพื้นที่ปกติเกือบ 3 เท่า ปรอทที่ระเหยเป็นไอได้ง่าย อาจแทรกซึมขึ้นมาด้านบนผ่านรอยแตกในโครงสร้างของสุสานที่ผุพังไปตามสภาพวันและเวลา ผลการสำรวจของเราชี้ว่ายังคงมีปรอทในรูปของเหลวปริมาณมหาศาลภายในสุสาน

ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าสถานที่ดังกล่าวนั้นไม่เคยถูกเปิดออก หรือมีใครสามารถบุกรุกเข้ามาเลยสักคน ทีมนักวิจัยของจีนกล่าวสรุปว่าผลการสำรวจเบื้องต้นจากภายนอกนั้นเห็นได้ชัดว่า แม้จะน่าตื่นเต้นและชักชวนให้นักโบราณคดีเร่งขุดค้นเพื่อจะได้เปิดเข้าไปชมสุสานที่ยิ่งใหญ่อลังการในทันที

แต่ในความเป็นจริงแล้วข้อมูลที่เรานั้นได้รับรู้และรับทราบมานั้นกลับทำให้นักวิจัยเกิดความลังเลและหวาดกลัว ยังไม่กล้าที่จะเปิดดูสุสานของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ดูอย่างรวดเร็วสาเหตุหลักๆที่นักโบราณคดีไม่ยอมเปิดสุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้ ออกทำการสำรวจเสียทีนั้น เนื่องมาจากพวกเขายังไม่มีวิธีการที่ดีพอในการรักษาวัตถุโบราณให้คงสภาพเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก

สุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นที่กักเก็บเก็บปรอทจำนวนมาก

ยกตัวอย่างให้เห็นอย่างเช่นกรณีของหุ่นทหารดินเผาที่มีสีสันสุดงดงามเมื่อครั้งแรกที่พบเจอ แต่สีสันสุดสวยงามดังกล่าวกลับได้สลายหายตัวไปในชั่วพริบตา จนเหลือให้เห็นเพียงเนื้อดินเผาสีเทาแบบที่เห็นกันอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นยเหล่านักโบราณคดีจีนและนานาชาติหวั่นเกรงว่าการเร่งรีบ เปิดสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ในตอนที่ยังขาดความพร้อม

เพราะกลัวว่าจะสร้างความเสียหายมากมายและใหญ่หลวงที่ไม่อาจแก้ไขหรือหาวิธีเอาของล้ำค่าเรียกกลับคืนมาได้ ให้แก่แหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เหมือนกับการขุดค้นซากโบราณของเมืองทรอย (Troy) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งได้ทำลายมรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่นักโบราณคดีตั้งใจจะศึกษาและอนุรักษ์ไว้ไปจนหมด

มีคนออกไอเดียให้ใช้อนุภาคมิวออน (muon) ที่เป็นอนุภาคที่เกิดขึ้นหลัง Cosmic Rays ชนเข้ากับอะตอมในชั้นบรรยากาศโลก  ให้หยิบเอามาใช้เป็นเครื่องมือในการมองทะลุทะลวงเข้าไปให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้โดยไม่สร้างความเสียหาย ไม่ต่างจากการใช้อุปกรณ์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย

แต่วันเวลาก็ผ่านล่วงเลยไปนานแล้วนานอีกวิธีการดังกล่าวนั้นก็ยังมาถูกนำมาใช้งานสักที ส่วนสาเหตุที่สองที่ทำให้ยังไม่มีการเปิด สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มาจากพงศาวดารของซือหม่าเซียนที่บอกว่าภายในสุสานเต็มไปด้วยกับดักและกลไกปล่อยอาวุธจำนวนมาก โดยซือหม่าเซียนได้เขียนบันทึกไว้หลังจิ๋นซีฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ได้ราว 100 ปีว่า

จิ๋นซีฮ่องเต้สุสานที่ยังไม่ถูกเปิด

“ช่างที่เป็นคนสร้างสุสานเป็นฝีมือที่ถูกสั่งให้สร้างหน้าไม้และลูกธนูที่เป็นอาวุธสามารถพุ่งเข้าใส่คนที่เข้ามาบุกรุกสุสานทุกคน” นอกจากผู้คนนั้นจะหวั่นกลัวอันตรายจากกลไกป้องกันความปลอดภัยแล้ว นักโบราณคดียังเกลัวว่าการขุดค้นอาจทำให้ปรอทเหลวปริมาณมหาศาลไหลทะลักออกมาท่วมนอง

และเมื่อมันมาสัมผัสกับร่างกายของทีมขุดค้นมันจะเกิดเป็นสารพิษและก่อให้เกิดอันตรายมมากมายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นความฝันของนักโบราณคดีและผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์จีนจำนวนมาก ที่อยากต้เห็นความวิจิตรพิสดารและความยิ่งใหญ่อลังการของสุสานของปฐมจักรพรรดิด้วยตาตนเอง ก็น่าจะยังคงเป็นเพียงความฝันต่อไปอีกหลายสิบปีเลยทีเดียว

 

Related posts
จะ “อดอาหาร” ประท้วงไปทำไม!? ให้เสียเวลาเปล่า ตอบคำถามคาใจที่ทำไป เพราะมันมีเหตุผลที่มากกว่านั้น
ไขปริศนาคาใจ!? ทำไมคนอินเดียถึง “เต้นรำ” ไม่ว่าจะในหนังหรือชีวิตจริงเขาก็เต้นอยู่ตลอดเวลา มันคือวัฒนธรรมหรือคืออะไรกันแน่!?
ไขปริศนาคาใจ!? สรุปแล้ว “สวนอีเดน” อยู่ที่ไหน
ช่างประปาพบ “ข้อความในขวดแก้ว” คาดว่าน่าจะมีอายุกว่า 135 ปี ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นบ้านในกรุงเอดินเบิร์ก
นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิพบ “หลุมศพเด็กยุคหิน” ในฟินแลนด์
รู้หรือไม่ว่า! “รองเท้าแก้ว” ซินเดอเรลลา อาจเป็นสัญลักษณ์สร้างขึ้นมาเพื่อ “แซะ” กษัตริย์