Wednesday, 6 July 2022

6 เคล็ดลับ วิธีการ จัดสรรชีวิตให้สมดุล เมื่อต้องทำงานที่บ้าน ( Work Life Balance )

09 Aug 2021
210

การทำงานที่บ้านอาจช่วยให้มีการจัดการชีวิตให้สะดวกขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียชีวิตในการเดินทางไกล ไม่ต้องมีความพิถีพิถันในการแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่ทว่าความเป็นจริงนั้นเมื่อเราทำงานที่บ้าน หลายๆคนอาจมีความรู้สึกว่าเริ่มที่จะเสียสมดุลของชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไป อาทิเช่น เราทำงานปะปนกับเวลาส่วนตัว จนทำให้เกิดจากละเลยเวลาในการรับประทานอาหาร ทำงานยาวจนทำให้ลืมเวลาเลิกงาน หรือเราอาจจะมีการเช็คอีเมลอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เราขาดสมดุลในชีวิตการทำงาน ( Work life balance ) โดยความไม่สมดุลในการแบ่งเวลานี้ อาจจะมีการส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพรวมถึงคนรอบข้าง เราจึงขอเสนอ 6 เคล็ดลับ จัดสรรชีวิตให้สมดุล ในขณะที่ทำงานอยู่บ้าน เพื่อให้เราสามารถทำงานควบคู่ไปกับการดูแลตัวเองได้อย่างสมดุล

สล็อต เว็บตรง KNG365

6 เคล็ดลับ วิธีการ จัดสรรชีวิตให้สมดุล ขณะที่ทำงานอยู่บ้าน

1. แบ่งเวลาในการทำงาน

การแบ่งเวลา จัดสรรชีวิตให้สมดุล
โดยสิ่งที่มีความท้าทายที่สุดในการทำงานที่บ้านคือ การที่เราต้องจัดสรรเวลาในการทำงานให้แยกออกจากเวลาส่วนตัว ซึ่งตามปกติใน 1 วัน ควรที่จะมีการแบ่งหรือกำหนดเวลาให้ชัดเจน โดยแบ่งเวลาทำงานออกมาเป็น 8 ชั่วโมง เวลาในการทำกิจวัตรประจำวัน 8 ชั่วโมง เวลาในการนอนหลับพักผ่อน 8 ชั่วโมง ซึ่งต่อมาจะเป็นการแบ่งเวลาในส่วนของการทำงาน เพื่อทำให้เห็นภาพการทำงานทั้งหมด ว่าสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมีอะไรบ้าง โดยมีอะไรบ้างที่ต้องรีบทำ หรือต้องมีการประชุมงานผ่านทางออนไลน์กี่โมง ทำให้เราสามารถโฟกัสกับงานได้อย่างเต็มที่ และมีสมาธิในการทำงานให้เสร็จสิ้นตามเป้าหมาย ต้องมีการเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าเครียดจนเกินไป ไม่ควรที่จะหักโหมจนเลยเวลางาน

2. กินอาหารให้ตรงเวลา

กินอาหารให้ตรงเวลา จัดสรรชีวิตให้สมดุล
สุขภาพที่ดีเริ่มได้จากการที่ใช้เวลาอยู่บ้านในการสร้างพฤติกรรมในการรับประทานอาหารให้ดี โดยต้องเริ่มจากการรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ และตรงเวลาเพื่อทำให้ระบบเผาผลาญมีประสิทธิภาพ อาจจะมีการตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อเป็นการแจ้งเตือนว่าถึงเวลาทานอาหารแล้วในแต่ละมื้อเอาไว้ป้องกันการลืมทานอาหาร ซึ่งประโยชน์ของการทำอาหารทานเองคือเราสามารถรับประทานอาหารที่ปรุงสดใหม่และได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง เรายังสามารถที่จะเลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ถูกหลักโภชนาการได้เอง โดยมีการเลือกใช้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ไขมันต่ำ อาทิเช่น อกไก่ ปลา หมูเนื้อแดง ฯลฯ สามารถเลือกน้ำมันที่ไม่มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว อาทิเช่น น้ำมันเมล็ดทานตะวัน, น้ำมันคาโนลา, น้ำมันมะกอก, น้ำมันรำข้าว เป็นต้น เราควรที่จะเลือกทานผักและผลไม้ตามฤดูกาล มีการใช้ซอสปรุงรสที่ได้ผ่านกรรมวิธีหมักจากธรรมชาติ โดยขอแนะนำสัดส่วนในการรับประทานอาหารด้วย สูตร 2:1:1 คือ ผัก 2 ส่วน : ข้าวหรือคาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน : โปรตีน 1 ส่วน ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 1.5 – 2.0 ลิตร ในตลอดช่วงทำงาน ลองใช้ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร วางไว้บริเวณโต๊ะทำงานเพื่อให้สามารถหยิบดื่มได้ง่าย

3. พักเบรก

พักเบรก จัดสรรชีวิตให้สมดุล
เราควรที่จะรีเซ็ตตัวเองจากความเหนื่อยล้า ด้วยการสร้างสมดุลชีวิตในการทำงาน ( Work Life Balance ) ให้กับสุขภาพกายได้ง่ายๆ อาทิเช่น การพักอย่างน้อย 15 นาที ในทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อที่จะพักสายตาจากหน้าจอ ลดความตึงเครียดของสมอง ไม่ฝืนทำงานทั้งที่มีความเหนื่อยล้า ให้ร่างกายและสมองได้พัก โดยการลุกออกจากโต๊ะทำงาน ไปดื่มน้ำ ทานของว่าง เดินเล่นรอบๆบ้าน แวะพูดคุยกับคนภายในบ้าน หรือยืดเส้นยืดสาย เหยียดแขนเหยียดขา หมุนลำคอ รวมทั้งต้องแวะเข้าห้องน้ำให้เป็นกิจวัตร

4. ออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย จัดสรรชีวิตให้สมดุล
เมื่อเราทำงานที่บ้านก็ถูกบังคับด้วยงานให้เราต้องนั่งอยู่หน้าคอมเป็นเวลานาน การขยับตัวลดน้อยลง ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่ออาการออฟฟิศซินโดรมและปัญหาสุขภาพได้ จึงต้องมีการฟิตร่างกายให้มีความกระฉับกระเฉง จากการออกกำลังกาย โดยการใช้เวลาในส่วนของการเดินทางเลือกเวลาช่วงก่อนที่จะทำงานให้ร่างกายมีความกะปรี้กะเปร่าทั้งตลอดวัน หรือจะเลือกเวลาเป็นช่วงเลิกงานที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมาทั้งวันก็ได้ วันละ 30 – 45 นาที 4 – 5 ครั้ง/สัปดาห์ อาทิเช่น โยคะ, บอดี้เวตในบ้าน, วิ่ง ฯลฯ หรือจะเป็นท่าออกกำลังกายลดพุงง่ายๆ ซึ่งเป็นการช่วยในเรื่องควบคุมรูปร่างและสัดส่วนในช่วงที่จะต้องอยู่บ้าน อีกทั้งยังส่งผลดีต่ออารมณ์ เนื่องจากทำให้จิตใจสดใส ไม่เหนื่อย ช่วยในการนอนหลับ

5. ให้เวลาตัวเองเพิ่ม

เพิ่มเวลาให้ตัวเอง จัดสรรชีวิตให้สมดุล
ข้อดีของการทำงานที่บ้าน คือ เราสามารถมีเวลาให้กับชีวิตส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ลองใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการใช้ทำกิจกรรมที่เราชอบหรืออยากที่จะทำ อาทิเช่น ทำอาหารทานเอง , เล่นดนตรี, จัดสวน, ฝึกวาดรูป หรือจะหาสิ่งใหม่ๆในการช่วยเสริมสร้างทักษะใหม่ๆ อาทิเช่น การอ่านหนังสือ, ฟังพอดแคสต์, คอร์สเรียนออนไลน์ ฯลฯ ที่จะช่วยในการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ เบี่ยงเบนความเครียดจากการทำงาน รวมถึงสามารถใช้เวลาเพื่อดูแลหรืออยู่กับคนที่เรารักที่บ้านได้มากขึ้น

6. นอนหลับให้เต็มอิ่ม

การนอนหลับ จัดสรรชีวิตให้สมดุล
เราควรที่จะพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าที่ได้มีการสะสมมาทั้งวัน ด้วยการที่เราควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม อย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน แนะนำให้เราสร้างกิจวัตรก่อนเข้านอนให้เป็นเวลา อาทิเช่น รับประทานอาหารเย็นเสร็จ ก็นั่งอ่านหนังสือเพื่อให้ผ่อนคลาย ต่อด้วยการทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ จากนั้นให้ไปอาบน้ำเตรียมที่จะเข้านอน ปิดท้ายกันด้วยการนั่งสมาธิก่อนนอน เมื่อร่างกายของเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายฟื้นฟูระบบทำงานต่างๆ ให้พร้อมกับการทำงานในวันต่อไป พร้อมเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น ทำงานได้อย่างเต็มที่

Related posts
ชาว TikTok เตือนอย่าหาทำ!! “กินทุเรียนกับเบียร์” ถ้าไม่อยาก “ตาย”
รู้หรือไม่ว่า พาราเซตามอลกินเป็นประจำส่งผลเสียด้านสุขภาพต่อคนที่ป่วยเป็น “โรคความดันโลหิตสูง”
ไขปริศนาคาใจ!!หักข้อนิ้วเป็นประจำ ดีหรือไม่ดีและเสียงที่มันดังก๊อดๆนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร
แพทย์เตือนใช้ยา “ไอบูโพรเฟน” บ่อยเกินความจำเป็นอาจจะทำให้มีอาการอ่อนแรง กล้ามเนื้อฝ่อ และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
วิจัยชี้!!นอนกลางวันลดความเสี่ยง เกิดโรคอันตรายหลายโรคเพียงนอนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
อาจไม่มีโรคซึมเศร้า เกิดขึ้นมาถ้าหากว่าสภาพแวดล้อมบนโลกใบนี้นั้น “ดีมากพอ”