เคล็ดลับ: ซักผ้าให้หอม ปัญหาผ้าเหม็นอับในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่สร้างความหงุดหงิดใจให้กับหลายคน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า หรือความรู้สึกไม่สะอาดที่ตามมา ปัญหาเหล่านี้มักมีสาเหตุหลักมาจากการตากผ้าในที่อับชื้นlifestyle และมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาเหล่านี้มีวิธีแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วย 6 เคล็ดลับที่จะช่วยให้ผ้าของคุณหอมสดชื่นเหมือนใหม่เสมอ
ซักผ้าให้หอม ทำความสะอาด “เครื่องซักผ้า” อย่างสม่ำเสมอ
ต้นตอของกลิ่นเหม็นอับอาจไม่ได้มาจากตัวผ้า แต่มาจากเครื่องซักผ้าที่สกปรก เครื่องซักผ้าที่ใช้งานมานานจะมีคราบผงซักฟอก เศษใยผ้า และเชื้อราสะสมอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ทำให้ผ้าที่ซักยังคงมีกลิ่นติดอยู่ วิธีแก้คือการทำความสะอาดเครื่องซักผ้าอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยใช้น้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาผสมน้ำแล้วเปิดโหมดล้างถังซัก เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดคราบสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกให้หมดจด
แยกประเภทผ้าและไม่ใส่ในปริมาณที่มากเกินไป
การซักผ้าในปริมาณที่เหมาะสมกับความจุของเครื่องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากใส่ผ้ามากเกินไป ผ้าจะไม่มีพื้นที่พอให้เสียดสีกัน ทำให้คราบสกปรกและกลิ่นอับไม่สามารถหลุดออกได้หมดจด นอกจากนี้ ควรแยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกันเพื่อป้องกันสีตก และแยกผ้าที่มีกลิ่นอับรุนแรงออกจากผ้าปกติเพื่อไม่ให้กลิ่นกระจายไปทั่วถึงผ้าอื่นๆ

เติมตัวช่วยในระหว่างการซัก
หากผ้ามีกลิ่นอับติดแน่น ควรเพิ่มตัวช่วยในขั้นตอนการซักเพื่อจัดการกับกลิ่นเหล่านั้น ลองเติม เบกกิ้งโซดา ประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปพร้อมผงซักฟอกในขั้นตอนแรก หรือเติม น้ำส้มสายชู ประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มในขั้นตอนล้างน้ำสุดท้าย lifestyle ทั้งสองอย่างนี้มีคุณสมบัติช่วยกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผ้าหอมสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับหน้าฝน
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มหลายยี่ห้อที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในสภาพอากาศชื้นโดยเฉพาะ ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสูตร “ตากในที่ร่ม” หรือ “ลดกลิ่นอับ” ซึ่งมีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่น ทำให้ผ้าที่ตากในที่ร่มหรือในห้องที่อากาศถ่ายเทน้อยยังคงมีกลิ่นหอมสดชื่นอยู่เสมอ
ปั่นหมาดและตากผ้าทันที
หลังจากที่เครื่องซักผ้าทำงานเสร็จ ควรนำผ้าออกมาตากทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ในเครื่องเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เกิดการหมักหมมของกลิ่นอับได้ง่ายขึ้น หากเป็นไปได้ควรใช้โหมดปั่นแห้งที่ใช้รอบสูงเพื่อไล่น้ำออกจากผ้าให้ได้มากที่สุด และเมื่อนำไปตาก ควรแขวนผ้าโดยเว้นระยะห่างให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อให้ผ้าแห้งเร็วและป้องกันกลิ่นอับ
ตัวช่วยเสริมเมื่อต้องตากผ้าในที่ร่ม
หากจำเป็นต้องตากผ้าในร่ม ควรหาตัวช่วยเพิ่มเติม เช่น การเปิดพัดลมเพื่อช่วยเป่าไล่ความชื้นออกจากผ้า หรือใช้เครื่องอบผ้าในกรณีที่บ้านมีเครื่องอบผ้า ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ผ้าแห้งสนิทและฆ่าเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ หากผ้าแห้งแล้ว แนะนำให้ฉีดสเปรย์น้ำหอมสำหรับผ้าเพื่อให้ผ้าหอมสดชื่นก่อนนำไปเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง
สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมสดใหม่ทุกวันได้ที่นี่

สนับสนุนโดย
UFABET | UFA365 | UFABET เข้าสู่ระบบ | UFABET เว็บตรง | สล็อต เว็บตรง | SLOTXO | สล็อต | PG SLOT | สล็อต XO | สล็อต | JOKER123 | สล็อต เว็บตรง | สล็อตโจ๊กเกอร์ | Gclub | จีคลับ | Sbobet | Sbobet9