Wednesday, 4 February 2026

อาการไวรัสนิปาห์ สัญญาณเตือนโรคอุบัติใหม่ที่อันตรายถึงชีวิต

03 Feb 2026
28

ในยุคที่โรคติดต่ออุบัติใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในโรคที่องค์การด้านสาธารณสุขทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ อาการไวรัสนิปาห์ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และยังไม่มียารักษาเฉพาะทาง ไวรัสชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่อาจก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ หากขาดการเฝ้าระวังและป้องกันที่เหมาะสม

สล็อต xo Slotxo

การรู้จักอาการไวรัสนิปาห์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาการในช่วงแรกอาจคล้ายโรคติดเชื้อทั่วไป แต่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรงถึงขั้นสมองอักเสบและเสียชีวิตได้

ไวรัสนิปาห์คืออะไร และทำไมจึงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

ไวรัสนิปาห์เป็นไวรัสในตระกูล Paramyxoviridae ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศมาเลเซีย แหล่งรังโรคตามธรรมชาติคือ ค้างคาวผลไม้ และสามารถแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน รวมถึงการติดต่อจากคนสู่คนในบางกรณี

เหตุผลที่โรคไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นโรคอันตราย ได้แก่

  • มี อัตราการเสียชีวิตสูง

  • ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะ

  • สามารถก่อให้เกิด สมองอักเสบและระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

  • เป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีโอกาสแพร่ระบาดข้ามประเทศ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการไวรัสนิปาห์และรูปแบบการติดเชื้อ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกัน

 อาการไวรัสนิปาห์ คืออะไร อันตรายแค่ไหน รู้ทันก่อนเสี่ยงชีวิต

อาการไวรัสนิปาห์ในระยะแรกที่ไม่ควรมองข้าม

อาการไวรัสนิปาห์ในระยะเริ่มต้นมักไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดหรือการติดเชื้อทั่วไป โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ไข้สูงเฉียบพลัน

  • ปวดศีรษะรุนแรง

  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย

  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

  • คลื่นไส้ อาเจียน

ในบางรายอาจเริ่มมีอาการทางระบบประสาท เช่น สับสน ง่วงซึม หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าการติดเชื้อกำลังส่งผลต่อสมอง

ระยะฟักตัวของไวรัสนิปาห์ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 4–14 วัน แต่ในบางกรณีอาจยาวนานกว่านั้น ทำให้ยากต่อการเชื่อมโยงอาการกับแหล่งติดเชื้อ

อาการรุนแรงของไวรัสนิปาห์เมื่อโรคลุกลาม

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที อาการไวรัสนิปาห์สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยเฉพาะการเกิด สมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต

อาการในระยะรุนแรง ได้แก่

  • ชัก

  • หมดสติ หรือเข้าสู่ภาวะโคม่า

  • หายใจลำบาก

  • ระบบหายใจล้มเหลว

  • ความดันโลหิตผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นสาเหตุหลัก สุขภาพของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคไวรัสนิปาห์ และแม้ผู้ที่รอดชีวิต อาจมีผลกระทบทางระบบประสาทในระยะยาว เช่น ความจำเสื่อม หรือความผิดปกติทางพฤติกรรม

ไวรัสนิปาห์ติดต่อได้อย่างไร และใครคือกลุ่มเสี่ยง

การติดเชื้อไวรัสนิปาห์สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายช่องทาง ได้แก่

  • การสัมผัสสารคัดหลั่งของค้างคาวผลไม้

  • การบริโภคอาหารหรือผลไม้ที่ปนเปื้อน

  • การสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ

  • การติดต่อจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย เลือด หรือสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ

กลุ่มเสี่ยง ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดสัตว์

  • บุคลากรทางการแพทย์

  • ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่พบการระบาด

  • ผู้ที่บริโภคอาหารดิบหรือไม่สะอาด

แนวทางป้องกันและการรับมือไวรัสนิปาห์ในปัจจุบัน

แม้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสนิปาห์ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยมาตรการพื้นฐาน ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวและสัตว์ป่า

  • ไม่บริโภคผลไม้ที่มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะ

  • ล้างมือบ่อย ๆ และรักษาสุขอนามัย

  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อดูแลผู้ป่วย

  • หากมีอาการต้องสงสัย ควรรีบพบแพทย์ทันที

ในอนาคต ไวรัสนิปาห์ยังคงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและการขยายตัวของชุมชนมนุษย์ใกล้แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า

อาการไวรัสนิปาห์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการไวรัสนิปาห์

Q: อาการไวรัสนิปาห์เริ่มต้นเหมือนโรคอะไร
A: มักคล้ายไข้หวัดหรือไข้ไวรัสทั่วไป เช่น ไข้ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย

Q: ไวรัสนิปาห์อันตรายแค่ไหน
A: เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และอาจทำให้สมองอักเสบรุนแรง

Q: มีวัคซีนป้องกันไวรัสนิปาห์หรือไม่
A: ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะ