Saturday, 7 February 2026

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่ควรรู้

07 Feb 2026
50

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นหนึ่งในโรคระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หลายคนอาจมีนิ่วอยู่ในถุงน้ำดีโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ในบางราย นิ่วในถุงน้ำดีสามารถก่อให้เกิดอาการปวดรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้

สล็อต xo Slotxo

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดีอย่างเข้าใจง่าย ตั้งแต่ความหมาย อาการ สาเหตุ ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่แพทย์ใช้ในปัจจุบัน

นิ่วในถุงน้ำดีคืออะไร

นิ่วในถุงน้ำดีคือก้อนแข็งที่เกิดจากการตกผลึกของสารต่าง ๆ ในน้ำดี เช่น คอเลสเตอรอลหรือเม็ดสีของน้ำดี นิ่วอาจมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทราย หรือใหญ่จนเต็มถุงน้ำดี

ถุงน้ำดีมีหน้าที่เก็บน้ำดีที่สร้างจากตับ เพื่อช่วยย่อยไขมัน เมื่อมีนิ่วเกิดขึ้น อาจทำให้น้ำดีไหลเวียนผิดปกติ และก่อให้เกิดอาการหรือการอักเสบได้

นิ่วในถุงน้ำดี

สาเหตุของการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

การเกิดนิ่วในถุงน้ำดีมักเกิดจากความไม่สมดุลของสารในน้ำดี เช่น

  • น้ำดีมีคอเลสเตอรอลสูงเกินไป

  • ถุงน้ำดีบีบตัวได้ไม่ดี

  • น้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีนาน

ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่

  • อายุที่มากขึ้น

  • เพศหญิง

  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน

  • การลดน้ำหนักเร็วเกินไป

  • ประวัติครอบครัวเป็นนิ่วถุงน้ำดี

อาการนิ่วในถุงน้ำดีที่พบบ่อย

ผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่มีอาการ และตรวจพบจากการอัลตราซาวด์โดยบังเอิญ แต่เมื่อมีอาการ มักแสดงออกดังนี้

  • ปวดท้องด้านขวาบน หรือใต้ลิ้นปี่

  • ปวดร้าวไปที่หลังหรือหัวไหล่ขวา

  • คลื่นไส้ อาเจียน

  • แน่นท้องหลังรับประทานอาหารมัน

อาการปวดมักเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ และอาจรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

นิ่วในถุงน้ำดีอันตรายหรือไม่

นิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่อันตราย หากไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาในรายที่มีอาการ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • ถุงน้ำดีอักเสบ

  • การติดเชื้อ

  • นิ่วหลุดไปอุดตันท่อน้ำดี

  • ตับอ่อนอักเสบ

ดังนั้น หากมีอาการปวดซ้ำ ๆ หรือรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินการรักษาที่เหมาะสม

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่แพทย์แนะนำ

วิธีรักษานิ่วในถุงน้ำดีมีกี่วิธี

แนวทางการรักษา สุขภาพ นิ่วในถุงน้ำดี ขึ้นอยู่กับอาการ ขนาด และภาวะแทรกซ้อน โดยทั่วไปมีหลายวิธี ได้แก่

1. เฝ้าระวังอาการ

ในผู้ที่ไม่มีอาการ แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการโดยไม่ต้องรักษาทันที

2. การใช้ยา

ในบางกรณี อาจใช้ยาช่วยละลายนิ่ว แต่ต้องใช้เวลานาน และเหมาะกับนิ่วบางชนิดเท่านั้น

3. การผ่าตัดถุงน้ำดี

เป็นวิธีที่ใช้บ่อยและได้ผลดีที่สุด โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

หลังรักษานิ่วในถุงน้ำดี ควรดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการรักษา โดยเฉพาะการผ่าตัดถุงน้ำดี ผู้ป่วยควร

  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

  • ลดอาหารไขมันสูง

  • รับประทานอาหารให้เป็นเวลา

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

ร่างกายสามารถปรับตัวได้แม้ไม่มีถุงน้ำดี และผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้

ใครบ้างเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง ได้แก่

  • ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป

  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน

  • ผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นนิ่ว

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการ

  • ปวดท้องรุนแรงและไม่หาย

  • มีไข้ร่วมกับปวดท้อง

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง

  • อาเจียนมากผิดปกติ

อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีได้หรือไม่

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

  • หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักเร็วเกินไป

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

สรุป นิ่วในถุงน้ำดี รู้เร็ว รักษาได้ ลดภาวะแทรกซ้อน

นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคที่พบได้บ่อย และอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากมีอาการหรือปล่อยไว้ อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การรู้เท่าทันอาการ เข้ารับการตรวจ และรักษาตามคำแนะนำแพทย์ คือวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพถุงน้ำดีในระยะยาว